TNR MapHub
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน — ดาวน์โหลดฟอร์มฟรี + วิธีเขียนให้ฟ้องร้องได้

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ต้องมีอะไรบ้าง

เขียนให้ฟ้องร้องบังคับได้ตามกฎหมาย พร้อมดาวน์โหลดฟอร์มฟรี

Land Sale & Purchase Agreement — Free Form Download

วางมัดจำที่ดินไปก้อนใหญ่ แต่มีแค่ข้อความแชตกับคำพูด "ตกลงนะ" — แล้ววันดีคืนดีผู้ขายเปลี่ยนใจ ขายให้คนอื่นที่ให้ราคาดีกว่า คุณจะเอาอะไรไปฟ้อง? ปัญหานี้เกิดบ่อยกว่าที่คิด และทางป้องกันมีอย่างเดียว คือ สัญญาจะซื้อจะขายที่เขียนถูกต้อง บทความนี้จะพาดูว่าสัญญาแบบนี้ต้องมีอะไร ถึงจะใช้บังคับได้จริง

สัญญาจะซื้อจะขาย ต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร?

คนมักสับสนสองคำนี้ แต่มันคนละขั้นตอนกัน สัญญาจะซื้อจะขาย คือข้อตกลงว่า "จะ" ซื้อและ "จะ" ขายกันในอนาคต ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ส่วน สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือการโอนกรรมสิทธิ์จริงที่ทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน

กรรมสิทธิ์ในที่ดิน
จะซื้อจะขาย
ยังไม่โอน — ที่ดินยังเป็นของผู้ขาย
ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
โอนทันทีเมื่อจดทะเบียนเสร็จ
ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินไหม
จะซื้อจะขาย
ไม่ต้อง — ทำกันเองได้ มีผลผูกพันทันที
ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
ใช้ตอนไหน
จะซื้อจะขาย
ก่อนวันโอน — รอผู้ซื้อจัดเงินกู้ หรือผู้ขายเตรียมเอกสาร
ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
วันโอนจริง ณ สำนักงานที่ดิน
ถ้าอีกฝ่ายผิดสัญญา
จะซื้อจะขาย
ฟ้องบังคับให้โอน / ริบมัดจำ / เรียกเบี้ยปรับได้
ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
กรรมสิทธิ์โอนไปแล้ว ใช้กระบวนการอื่นแก้ไข

จุดสำคัญ: การซื้อขายที่ดินจะสมบูรณ์ต้องจดทะเบียน ถ้าไม่จดทะเบียนถือเป็น โมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 — สัญญาจะซื้อจะขายจึงเป็นแค่ "ขั้นเตรียม" ก่อนวันโอนจริง

ทำไมต้องทำสัญญาเป็นหนังสือ?

เพราะถ้าวันหนึ่งต้องขึ้นโรงขึ้นศาล กฎหมายไม่รับฟังแค่คำพูด มาตรา 456 วรรคสอง กำหนดว่า สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์จะ ฟ้องร้องบังคับคดีได้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างน้อยหนึ่งใน สามอย่างนี้:

1
มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด — สัญญาที่เขียนและเซ็นกันไว้คือหลักฐานที่ชัดที่สุด
2
วางมัดจำ
มีการวางเงินมัดจำ (เงินประจำ) เป็นหลักฐานว่าตกลงทำสัญญากันจริง
3
ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
ผู้ซื้อจ่ายเงินบางส่วน หรือผู้ขายส่งมอบที่ดินบางส่วนให้ครอบครองแล้ว

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าไม่มีหลักฐานเลยสักอย่าง ต่อให้ตกลงกันด้วยวาจาแน่นแค่ไหน ก็ฟ้องบังคับให้โอนไม่ได้ การมีสัญญาเป็นหนังสือจึงคุ้มครองทั้งสองฝ่าย

ในสัญญาต้องมีอะไรบ้าง?

เช็กให้ครบก่อนเซ็น — ข้อไหนหายไปคือช่องโหว่

  1. 1
    คู่สัญญา
    ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของผู้จะซื้อและผู้จะขายให้ครบ
  2. 2
    รายละเอียดที่ดิน
    เลขโฉนด เลขที่ดิน หน้าสำรวจ ตำบล อำเภอ จังหวัด และเนื้อที่ (ไร่-งาน-ตร.ว.) ให้ตรงกับโฉนด
  3. 3
    ราคาและวิธีชำระ
    ราคาซื้อขายรวม เงินมัดจำ งวดผ่อน (ถ้ามี) และยอดที่จ่ายวันโอน ระบุให้ชัดทุกก้อน
  4. 4
    กำหนดวันโอน
    วันนัดโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ระบุวันที่ชัดเจน ไม่ใช่ "ภายหลัง"
  5. 5
    ใครออกค่าใช้จ่าย
    ค่าธรรมเนียมโอน ภาษี และค่าใช้จ่าย ณ วันโอน ตกลงให้ชัดว่าใครจ่ายส่วนไหน
  6. 6
    การรับรองของผู้ขาย
    ผู้ขายรับรองว่าที่ดินเป็นของตนจริง ปลอดจำนอง ปลอดอายัด และไม่มีภาระผูกพัน
  7. 7
    เงื่อนไขผิดนัด
    ถ้าผู้ซื้อผิดนัด = ริบมัดจำ / ถ้าผู้ขายผิดนัด = คืนมัดจำและชดใช้ หรือถูกฟ้องบังคับโอน
  8. 8
    ลายมือชื่อและพยาน
    ลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย พร้อมพยานอย่างน้อย 1-2 คน

ก่อนกรอกรายละเอียดที่ดิน อย่าลืม ตรวจสอบที่ดินให้ครบทุกจุดก่อนวางมัดจำ ทั้งโฉนด ภาระผูกพัน และทางเข้าออก จะได้ไม่เซ็นสัญญาผูกมัดกับที่ดินที่มีปัญหา

มัดจำกับเบี้ยปรับ ต่างกันอย่างไร?

มัดจำ คือเงินที่ผู้จะซื้อวางไว้เป็นหลักประกันว่าจะทำตามสัญญา ถ้าผู้ซื้อผิดสัญญาเอง ผู้ขายมีสิทธิริบมัดจำได้ (มาตรา 378) แต่ถ้าผู้ขายเป็นฝ่ายผิด ต้องคืนมัดจำให้ผู้ซื้อ

เบี้ยปรับ คือเงินค่าเสียหายที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าจะจ่ายถ้าผิดสัญญา — ต่างจากมัดจำ ตรงที่ระบุเพิ่มเป็นเงื่อนไขในสัญญา การเขียนข้อนี้ให้ชัดช่วยลดข้อพิพาทเวลาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบี้ยว

ก่อนตกลงราคาและมัดจำ ลอง เทียบราคาประเมินกับราคาตลาด เพื่อให้รู้ว่าราคาที่ตกลงสมเหตุสมผลแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินไหม?
A: ไม่ต้อง สัญญาจะซื้อจะขายทำกันเองระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้เลย และมีผลผูกพันทันที การจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นขั้นตอนของการโอนกรรมสิทธิ์จริง (สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด) เท่านั้น
Q: ตกลงกันด้วยปากเปล่า ฟ้องบังคับได้ไหม?
A: เสี่ยงมาก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง การจะฟ้องบังคับคดีได้ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มีการวางมัดจำ หรือชำระหนี้บางส่วนแล้ว ถ้าไม่มีเลยจะฟ้องบังคับไม่ได้
Q: ถ้าผู้จะซื้อผิดสัญญา ผู้ขายริบมัดจำได้ไหม?
A: ได้ ตามมาตรา 378 หากผู้วางมัดจำ (ผู้จะซื้อ) เป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้รับมัดจำมีสิทธิริบมัดจำได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าผู้ขายเป็นฝ่ายผิดเอง ต้องคืนมัดจำให้ผู้ซื้อ และอาจต้องชดใช้เพิ่มตามที่ตกลง
Q: ดาวน์โหลดฟอร์มมาใช้เลยปลอดภัยไหม?
A: ใช้เป็นโครงตั้งต้นได้ดี แต่ควรปรับเนื้อหาให้ตรงกับกรณีจริงของคุณ โดยเฉพาะเงื่อนไขการชำระเงินและการผิดนัด ถ้าที่ดินมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรให้นักกฎหมายหรือทนายตรวจก่อนเซ็น
Q: เซ็นสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว ที่ดินเป็นของผู้ซื้อเลยไหม?
A: ยังไม่เป็น กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้ขายจนกว่าจะไปจดทะเบียนโอนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่สำนักงานที่ดิน สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเพียงข้อตกลงว่าจะโอนกันในอนาคตเท่านั้น

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) — www.krisdika.go.th
  • สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน — ถาม-ตอบ กรมที่ดิน — www.dol.go.th
  • LandsMaps ค้นหาแปลงและโฉนด (กรมที่ดิน) — landsmaps.dol.go.th

ข้อควรระวัง: เนื้อหานี้สรุปหลักกฎหมายเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ ฟอร์มสัญญาเป็นเพียงแบบตั้งต้น ควรปรับให้ตรงกับกรณีจริง หากที่ดินมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรปรึกษานักกฎหมายหรือทนายความก่อนลงนามทุกครั้ง

📄 ดาวน์โหลดฟอร์มสัญญาจะซื้อจะขาย (PDF) ฟรี🗺 เปิดแผนที่ TNR MapHub ดูที่ดินจริง
← กลับไปหน้าบทความทั้งหมด