TNR MapHub
ที่ดินโดนเวนคืนต้องทำอย่างไร — ค่าทดแทน ขั้นตอน และการอุทธรณ์

ที่ดินโดนเวนคืนต้องทำอย่างไร

เช็กแนวเขต ค่าทดแทนครอบคลุมอะไร และอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน

Land Expropriation in Thailand: Compensation, Process and Appeal

ข่าวเวนคืนออก แล้วที่ดินคุณอยู่ในแนวหรือเปล่า

ทุกครั้งที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศ พ.ร.บ.เวนคืนของโครงการใหม่ คนที่มีที่ดินแถวนั้นจะเจอคำถามเดียวกันหมด — แปลงเราอยู่ในแนวไหม ได้เงินเท่าไหร่ และถ้าไม่พอใจทำอะไรได้บ้าง

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ข่าว แต่อยู่ที่แผนที่และบัญชีท้ายประกาศ กับกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ถ้ารู้ลำดับขั้นล่วงหน้า คุณจะเตรียมหลักฐานทัน และไม่พลาดกรอบเวลาที่ใช้สิทธิได้

ถ้ากำลังจะซื้อที่ดินในพื้นที่ที่มีข่าวโครงการ อ่านคู่กับ เช็กที่ดินก่อนซื้อ เพื่อดูว่าต้องตรวจอะไรเพิ่ม

4 ทางเช็กว่าแปลงอยู่ในแนวเวนคืนจริงไหม

  1. 1
    อ่านประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจและพระราชบัญญัติเวนคืนแต่ละฉบับ จะมีแผนที่และบัญชีท้ายกฎหมายระบุพื้นที่ที่อยู่ในข่าย
  2. 2
    ถามหน่วยงานเจ้าของโครงการโดยตรง
    เช่น รฟม. กรมทางหลวง หรือหน่วยงานที่ระบุในประกาศ ขอให้ยืนยันว่าแปลงของคุณอยู่ในแนวเขตหรือไม่
  3. 3
    ตรวจกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่
    ตรวจว่ามีการจดแจ้งหรือหมายเหตุใดในสารบบที่ดินของแปลงนั้นแล้วหรือยัง
  4. 4
    ขอคำตอบเป็นหนังสือ
    ถ้ากำลังจะซื้อ ขาย จำนอง หรือแบ่งแปลง ให้ขอหนังสือยืนยันแนวเขต คำตอบทางโทรศัพท์ใช้พิสูจน์สิทธิภายหลังไม่ได้

ลำดับขั้นของการเวนคืน ตั้งแต่ประกาศจนถึงจ่ายเงิน

แต่ละโครงการรายละเอียดต่างกัน แต่โครงหลักเดินตามลำดับนี้

  1. 1
    พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจ
    รัฐประกาศเขตที่จะสำรวจเพื่อเวนคืน ยังไม่ใช่การเวนคืนจริง แต่เป็นสัญญาณแรกที่เจ้าของที่ดินต้องเริ่มเก็บหลักฐาน
  2. 2
    เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและรังวัด
    สำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ยืนต้น และผู้มีสิทธิในที่ดิน เจ้าของควรอยู่ร่วมและถ่ายรูปสภาพจริงไว้
  3. 3
    คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น
    กำหนดราคาและเงินค่าทดแทน กฎหมายกำหนดกรอบให้ทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่ได้รับแต่งตั้ง และขยายเวลาได้เมื่อได้รับอนุมัติ
  4. 4
    แจ้งราคาและเจรจาทำสัญญา
    ถ้าตกลงราคากันได้ จะทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าหน้าที่ กรรมสิทธิ์โอนเมื่อมีการชำระเงิน
  5. 5
    จ่ายค่าทดแทน
    กรณีทำสัญญาซื้อขาย เจ้าหน้าที่ต้องจ่ายเงินภายใน 120 วันนับแต่วันทำสัญญา
  6. 6
    ตราพระราชบัญญัติเวนคืนและเข้าใช้พื้นที่
    เมื่อมี พ.ร.บ.เวนคืนของโครงการนั้น หน่วยงานจึงมีอำนาจเข้าใช้พื้นที่ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ช่วงที่ต้องเก็บหลักฐานที่สุด
คือตอนเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ ถ่ายรูปสภาพที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ยืนต้น และการใช้ประโยชน์จริงไว้ให้ครบ พร้อมเก็บสัญญาเช่า ใบอนุญาต และหลักฐานรายได้จากพื้นที่ เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ใช้โต้แย้งได้ในชั้นอุทธรณ์

ค่าทดแทนครอบคลุมอะไรบ้าง

  • ที่ดินตามเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน
  • อาคารและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน
  • ต้นไม้ยืนต้นที่มีมูลค่า
  • ความเสียหายของที่ดินส่วนที่เหลือ หากส่วนที่เหลือราคาลดลงหรือใช้ประโยชน์ได้น้อยลง
  • ค่าขนย้ายและความเสียหายของผู้เช่าหรือผู้ต้องออกจากพื้นที่

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่ามีอัตรากลางเป็นบาทต่อตารางวา — ไม่มี กฎหมายให้พิจารณาราคาซื้อขายจริง สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ความเสียหายของผู้ถูกเวนคืน และประโยชน์ที่เหลืออยู่ของที่ดินส่วนที่เหลือประกอบกัน ค่าทดแทนของสองแปลงที่อยู่ติดกันจึงต่างกันได้

อยากเข้าใจว่าราคาประเมินกับราคาตลาดต่างกันตรงไหน อ่าน ราคาประเมินกับราคาตลาด

ไม่พอใจค่าทดแทน ทำอะไรได้บ้าง

ขั้นที่ 1 — อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี
ยื่นภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับเงินจากเจ้าหน้าที่ หรือรับเงินที่วางไว้ แล้วแต่กรณี
ขั้นที่ 2 — ฟ้องคดีต่อศาล
ถ้าไม่พอใจคำวินิจฉัย หรือรัฐมนตรีไม่วินิจฉัยภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กำหนดเวลาฟ้องและศาลที่มีเขตอำนาจขึ้นกับลักษณะข้อพิพาทและเอกสารของโครงการ ควรปรึกษานักกฎหมายก่อน

ก่อนเซ็นเอกสารรับเงินทุกฉบับ ให้อ่านถ้อยคำให้ครบ โดยเฉพาะข้อความทำนอง “ไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก” เพราะผลของถ้อยคำแบบนี้ต่างกันไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละฉบับ ถ้าไม่มั่นใจ ให้ถ่ายเอกสารไปปรึกษาก่อนเซ็น

5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย

เข้าใจผิด: เห็นเส้นแนวโครงการในแผนที่ออนไลน์ แปลว่าที่ดินโดนเวนคืนแน่นอน
ที่ถูกคือ: แนวในแผนที่เป็นข้อมูลเบื้องต้น แนวเขตที่มีผลตามกฎหมายคือแผนที่และบัญชีท้ายประกาศ ต้องตรวจกับหน่วยงานเจ้าของโครงการ
เข้าใจผิด: ค่าทดแทนคิดตามราคาประเมินทุนทรัพย์เท่านั้น
ที่ถูกคือ: ราคาประเมินเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย กฎหมายให้พิจารณาราคาซื้อขายจริง สภาพและที่ตั้ง รวมถึงความเสียหายของผู้ถูกเวนคืนด้วย
เข้าใจผิด: มีอัตราค่าทดแทนกลางเป็นบาทต่อตารางวา
ที่ถูกคือ: ไม่มีอัตรากลางตายตัว แต่ละโครงการและแต่ละแปลงต่างกันตามข้อเท็จจริง
เข้าใจผิด: รับเงินไปแล้วหมดสิทธิโต้แย้ง
ที่ถูกคือ: กฎหมายให้สิทธิอุทธรณ์นับแต่วันรับเงิน แต่ต้องอ่านข้อความในเอกสารรับเงินและสัญญาให้ดี เพราะถ้อยคำสละสิทธิในเอกสารมีผลต่างกันไปแต่ละกรณี
เข้าใจผิด: ผู้เช่าไม่เกี่ยวข้อง ได้แต่เจ้าของที่ดิน
ที่ถูกคือ: ผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่มีหลักฐานอาจมีสิทธิได้รับค่าขนย้ายและค่าเสียหายอื่นตามกรณี

ถ้ากำลังจะแบ่งแปลงในพื้นที่ที่มีข่าวโครงการ

แนวเวนคืนพาดผ่านแปลงเมื่อไหร่ ผังแบ่งแปลงที่วางไว้จะใช้ไม่ได้ทันที เพราะรูปแปลง ทางเข้าออก และเนื้อที่ที่ขายได้จะเปลี่ยนทั้งหมด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือยืนยันแนวเขตให้จบก่อน แล้วค่อยวางผัง

ดูขั้นตอนการแบ่งแปลงตามกฎหมายได้ที่ 5 ขั้นตอนแบ่งแปลงที่ดิน

สรุปสิ่งที่ต้องทำ

  1. ขอหนังสือยืนยันแนวเขตจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ อย่าเชื่อคำบอกเล่าหรือเส้นในแผนที่ออนไลน์
  2. เก็บหลักฐานสภาพแปลงตั้งแต่ชั้นสำรวจ ทั้งรูปถ่าย สัญญาเช่า และหลักฐานการใช้ประโยชน์
  3. อ่านเอกสารก่อนเซ็นทุกฉบับ โดยเฉพาะข้อความสละสิทธิ
  4. ถ้าไม่พอใจค่าทดแทน ให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 90 วันนับแต่วันรับเงิน อย่าปล่อยให้เลยกำหนด
  5. เรื่องที่มีเงินก้อนใหญ่และกรอบเวลาแบบนี้ ค่าที่ปรึกษากฎหมายถูกกว่าการเสียสิทธิ
ข้อควรทราบเรื่องตัวบทกฎหมาย
กฎหมายหลักคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 และมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 38 ก เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งแก้ไขรายละเอียดบางมาตรา ก่อนใช้สิทธิจริงให้ตรวจตัวบทฉบับรวมล่าสุด และปรึกษานักกฎหมายหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายรายกรณี

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ดูแปลงที่ดินบนแผนที่ TNR MapHub
← กลับไปหน้าบทความทั้งหมด